Wednesday, November 18, 2009

เลิกเหงา เลิกโสด - รถไฟฟ้ามาหานะเธอ -



Fw: ผลสำรวจหลังจากที่คุณผู้หญิงไปดูรถไฟฟ้ามาหานะเธอ(ขำๆ)?


> 99.99 % ของผู้หญิงที่มีแฟนแล้วที่ดูหนังเรื่องนี้ อยากมีแฟนใหม่ให้ได้อย่างเคน

> 99.99 % ของผู้หญิงโสดที่ดูหนังเรื่องนี้อยากยกเคนเป็นบรรทัดฐานในการเลือกแฟน

> 99.99 % ของผู้หญิง(และผู้ชาย)โสด จะเจ็บจี๊ดกับประโยคที่ว่า "เมิงไม่เคยมีแฟนเมิงไม่เข้าใจพวกกรูหรอกวะ"

> 99.99 % ของผู้หญิงในกรุงเทพ อยากใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น(กำลังอิน)

> 99.99 % ของผู้หญิงที่โสดและไม่โสดต่างพากันร้องกรี๊ดจริงและกรี๊ดในใจตอนที่นางเอกเปิดประตูมาเจอพระเอก

> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้ต่างเคยเจอเหตุการณ์โก๊ะๆ และเกิดจินตภาพแบบในหนังมาแล้ว และที่ขำไม่ใช่อะไร แต่เพราะมันเคยเกิดอะไรแบบนี้กับตัวเอง โดยเฉพาะปัญหาจากการแต่งหน้า

> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้มานึกขึ้นได้ตอนจบว่า เออ ไม่เห็นมันใช้เพลงโปรดส่งใครมารักฉันที มาประกอบจริงๆ จังๆ ในเนื้อหาของหนังเลย

> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะหันมาติดตามละครเรื่องต่อไปที่เคนเล่น

> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะพูดเล่นกับเพื่อนว่า "อะโห หล่อทะลุแป้ง"

> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะอยากไปท้องฟ้าจำลอง> 99.99 % ของผู้หญิงที่ดูหนังเรื่องนี้จะอยากกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกรอบ


----------------------------------------------------------------------


> 99.99 % ของผู้ชายที่พาแฟนไปดูหนังเรื่องนี้ จะคิดในใจว่า "แฟนตูเป็นอะไรมากปะเนี่ย?"


ทางแยกของความคาดหวัง

ทางแยกของความคาดหวัง
Calories Blah Blah

บนทางแห่งชีวิต มีเรื่องราวต่างๆ
เคยล้มฉันก็ยังเดินต่อ เดินไปไม่เคยท้อ
ไม่เฝ้ารอชะตาที่ถูกเขียนโดยไม่ถามฉันเลย

แต่วันนี้ฉันเองก็หวั่น
เดินมาถึงทางแยกของความคาดหวัง
ฉันรอฟังหัวใจ..
บอกฉันได้ไหมว่าฉันควรจะ ทำยังไงจากนี้

ไม่ได้ยินแม้เสียงใดๆ
จะเดินไปทางไหน ชีวิตช่างมืดมน
มองทางไหนไม่มี ใครสักคน
มีแค่คำถามแต่เสียง ของหัวใจกลับเงียบงัน

หรือเพราะเธอจากไป ไม่เหมือนวันเก่าๆ
เคยใช้คำว่าเรากันอยู่
ก็เลยยังไม่รู้ ต้องเลือกเดินยังไง
จะทางไหนมันก็ไม่มีทาง

แต่วันนี้ฉันเองก็หวั่น
เดินมาถึงทางแยกของความคาดหวัง
ฉันรอฟังหัวใจ..
บอกฉันได้ไหมว่าฉันควรจะ ทำยังไงจากนี้
ไม่ได้ยินแม้เสียงใดๆ

จะเดินไปทางไหน ชีวิตช่างมืดมน
มองทางไหนไม่มี ใครสักคน
มีแค่คำถามแต่เสียง ของหัวใจกลับเงียบงัน
ไม่ได้ยินแม้เสียงใดๆ

จะเดินไปทางไหน ชีวิตช่างมืดมน
มองทางไหนไม่มี ใครสักคน
มีแค่คำถามแต่เสียง ของหัวใจกลับเงียบงัน

Tuesday, November 17, 2009

-- สูญเสียความสามารถในการทรงตัว --

เสียการทรงตัว และทุกๆอย่าง

จะไม่รักใครอีกแล้ววววววววววววววววววววววว

แค่แอบรัก ยังเสียการทรงตัว ขนาดนี้

ถ้าได้คบกัน หรือ ไม่ได้รักกัน จะขนาดไหนเนี่ยยยย

พอแล้ววว ไม่ไหวแล้วววววว

ในที่สุด ก็กลัวจนทนเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วว

ใครว่าความรัก ทำให้มีความสุข วันนี้ขอเถียง

ตอนนี้ความรักทำให้ตัวเอง เป็นทุกข์มาก

ทุกข์เพราะ เราไม่กล้า

ทุกข์แล้วเขาก็ไม่เคยรู้ว่าเราทุกข์ ยิ่งเศร้ากว่า

ทุกข์ที่กลัวว่าความทุกข์ในอนาคต จะหนักยิ่งกว่า

ทุกข์ เพราะ เราทุกข์ เอง

อยากจะมีความสุข เมื่อมองเห็นเขามีความสุข

แต่ใจมันยังไม่กว้างขนาดนั้น

ตัวเองเลยจมอยู่กับความทุกข์ต่อไป

มีคนบอกมาว่า

"เมื่อพระอาทิตย์ ได้เจอกับ พระจันทร์ ซึ่งนานๆทีจะได้เจอกัน เมื่อเจอกันแล้ว พระอาทิตย์ไม่รีรอที่บอกรักพระจันทร์เพราะ พระอาทิตย์รู้ว่า อีกนานกว่าเค้าจะได้เจอพระจันทร์อีก"

อยากเป็น พระอาทิตย์ เหมือนกัน

แต่ติดที่ไม่กล้าพอ นี่ละ

เลยเป็นได้แต่ คนที่เฝ้ารอ พระจันทร์ ให้หันมามอง

(แม้ว่า พระจันทร์ จะมองไม่เห็น หรือว่า ไม่เคยคิดจะหันมองก็ตาม)

ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

ปี สอง ปี สาม ปี จะ สี่ปี อยู่แล้วเหอะ

ตั้งแต่ความรักครั้งสุดท้าย จบไป

มันเหมือนว่า การมองความรัก เปลี่ยนไปด้วย

อยากจะมีรักดีๆ กะเขาบ้าง

รักที่แบบ พอดีๆ

รักที่แบบไม่ทรมาน ตัวเอง และ คนที่ตัวเองรัก

รักที่พร้อมจะยิ้มเวลาที่คนรัก ยิ้ม

และพร้อมจะเดินข้างๆ เวลาที่เขาต้องการ

อยากจะมีความรักแบบเข้าใจ

อยากจะมีความรักแบบไม่เรียกร้องมากเกินไป

แต่ตอนนี้ หัวใจและนิสัยตัวเอง

ก็คงอีกไกล ที่จะไปถึงจุดนั้น ........

Friday, November 13, 2009

ฉันมีความสุข - Friday I'm in Love

ฉันมีความสุข - Friday I'm in Love

ยังมีเสียงเพลงที่ทำให้ใจสดใส ดวงดาวมากมายที่ให้เราดูเต็มฟ้า
ฉันมีความสุข มีลมพัดเย็นมาเป็นเพื่อนคลายเหงา
มีวันของเราเพียงเราที่ผูกพันธ์ ฉันมีความสุขมีฉันและเธอ
ก็คงเพียงพอต่อใจ เธอมาอยู่ใกล้ฉัน แค่ใจเราอยู่ใกล้กัน
เมื่อไหร่ที่คิดที่ฝันถึงสิ่งใด ฝันนั้นมีเธออยู่
ได้บอกให้รู้ว่าฉันนั้นสุขใจเพราะเธอ(นั้น)มีความหมาย (มีค่าให้ใจฉันรักเธอ)
ยังมีถ้อยคำให้จำและยังซึ้งใจ ลืมความทุกข์ดวงใจอุ่นในความรัก
ฉันมีความสุขไม่เคยต้องการ สิ่งใดมากไปกว่านี้
แค่เธอมาอยู่ใกล้ฉัน แค่ใจมาอยู่ใกล้กัน
เมื่อไหร่ที่คิดที่ฝันถึงสิ่งใด ฝันนั้นมีเธออยู่
ด้บอกให้รู้ว่าฉันนั้นสุขใจเพราะเธอ(นั้น)มีความหมาย (มีค่าให้ใจฉันรักเธอ)
เมื่อไหร่ที่คิดที่ฝันถึงสิ่งใด ฝันนั้นมีเธออยู่
ได้บอกให้รู้ว่าฉันนั้นสุขใจเพราะเธอ(นั้น)มีความหมาย (มีค่าให้ใจฉันรักเธอ)
เมื่อไหร่ที่คิดที่ฝันถึงสิ่งใด รู้ไหมมีเธออยู่
เธออยู่กับฉันๆก็สุขใจเพราะเธอมีความหมาย มีค่าให้ใจฉันรักเธอ

ไม่อยากจะมีความรู้สึก ชอบหรือรักใครเลย ไม่อยากจะต้องรุ้สึก เศร้าเกินไป สุขเกินไป เสียใจเกินไป หรือความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่กำลังเกิดหรือที่จะเกิดขึ้น ทำให้ชีวิตมันไม่มีความ balance ถ้าตอนนี้เลือกได้ ก็อยากจะย้อนเวลากลับไปในจุดแรกที่ผ่านมา จุดที่มันพอดูดี พอน่ารัก สุขนิดๆ แต่ไม่เศร้าอย่างตอนนี้...แต่ตอนนี้จุดที่ยืน มันแอบไม่ค่อยพอดีเรยอ่ะ จนบางทีก็ยังรู้สึกไปเองเลยว่ามันดูมากเกินความจำเป็น เกินงามเกินพอดี....ไม่อยากอยู่แบบนี้เลย เหอๆ :( เวลาที่รู้สึกดีกับใคร ก็อยากจะรู้สึกดีแบบพอประมาณ (เหมือนเมื่อก่อน) แต่ตอนนี้รู้สึกดีแบบเกินตัวไปนิ๊ด และก็เริ่มจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ความผิดหวัง เสียใจมากขึ้นไปทุกทีสินะ... ต่อไปนี้ เวลาจะก้าวขาออกไปข้างหน้า ก็ต้องเริ่มระวังให้มากขึ้นแล้ว เดี๋ยวก้าวพลาดขึ้นมา หัวใจดวงน้อยๆ ที่เข้มแข็งมาได้ 3 ปี คงจะรับไม่ไหว--- คราวนี้ --- ตัวเราเองก็คงดูและหัวใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว :( ความรักครั้งก่อนก็ยังคงเป็นบทเรียนที่คอยสอน คอยเตือนใจเสมอว่าอย่าได้ทำความรู้จักกับความรักในแบบที่ตัวเองจะต้องเสียใจหรือผิดหวัง และห้ามก้าวเข้าใกล้ความรักมากเกินไป เพราะจะทำให้เรามองอะไรไม่ถนัด และอาจจะทำเรื่องที่ไม่สมควรทำออกไป แล้วผลสุดท้ายการกระทำนั้นก็จะกลับมาทำร้ายตัวเราเองอย่างแสนสาหัส เพระฉะนั้น ช่วยอย่ามากวนใจกันเลยนะค่ะ ขอร้องละ.....คุณ --- คนนั้น อย่ามาป่วนเปี้ยนในใจบ่อย ไม่งั้น....หัวใจของเราแย่แน่ๆ

Tuesday, November 10, 2009

Animation, job hunting drive popularity of Japanese-language study

source: http://www.japantoday.com/category/lifestyle/view/animation-job-hunting-drive-popularity-of-japanese-language-study

I've got a chance to read this above story and just want to share with anyone who is holding the same dream as me which is to study japanese for whatever reasons. To me, the reasons I have really wanted to go to Japan to study japanese when I was in highschool -- my real dream of learning japanese language came from the pop-culture, being a japanese observation, J-drama, etc. I sometimes feeling trapped by not be able to understand the language and wanting to feel a but better so, I started learning japanese for real since the mid of last year with my present hopes and dreams to accomplish the goal that is to be able to speak japanese in daily life, and then after I have decided, I will be hitting Tokyo by October 2010....to make my dream comes true, "Study Japanese in Japan and discover the REAL JAPAN"

The story I want to talk about is that at this current situation, Japanese Companies in Japan are considered to be pretty much open to foriegn workers by offering the jobs to international graduated students in Japan nationwide but it all depending on how good you are! if you are qualified, you pass and can work under the contract of 1 or 2 years :).


There are many reasons, why Japan has changed their attitude over few years, that happened to be concerned of their birthrate where is fallen apart, the economic turndowns, salarymen are getting older day by day, etc. So, they look for some people outside the country who could be creating and could help them work !! it is interesting, coz' as some of you know that Japanese people usually choose themselves over other nations (even though, that foreign person tend to be smarter)..


Is this going to be a good change of Japan???


Is this going to be a good chance for us people who want to earn a lot more dollars by working for them???